Pages

Showing posts with label ข้อมูล. Show all posts
Showing posts with label ข้อมูล. Show all posts

Tuesday, September 29, 2020

"เอสซีจี-อมตะ" พัฒนา KoomKah Smart Manifest จัดเก็บข้อมูลขยะอัจฉริยะในนิคมฯ - ประชาชาติธุรกิจ

creedberita.blogspot.com

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมกับบริษัทในกลุ่มอมตะ พัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม KoomKah Smart Manifest (คุ้มค่า สมาร์ท แมนิเฟสท์) เพิ่มศักยภาพการจัดเก็บข้อมูลการขนส่งขยะอัจฉริยะใช้ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะโดยเฉพาะ ภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดปัญหาภาวะโลกร้อน และเพิ่มความเชื่อมั่นผู้ประกอบการด้านการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร

นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เปิดเผยว่า เอสซีจี ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลการขนส่งขยะอัจฉริยะ (KoomKah Smart Manifest) ร่วมกับบริษัทในกลุ่มอมตะ ได้แก่ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด โดยจะร่วมกันพัฒนาโปรแกรม KoomKah Smart Manifest ซึ่งเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ต่อยอดจากเว็บแอปพลิเคชัน “คุ้มค่า” (KoomKah) ของเอสซีจี ซึ่งถือเป็นโซลูชันด้านดิจิทัลแบบครบวงจรใช้ในการบริหารจัดการธนาคารขยะ โดยความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่เพื่อรองรับการใช้งานการจัดเก็บข้อมูลขนส่งขยะภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะโดยเฉพาะ

เอสซีจีและอมตะ ต่างเห็นถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การที่สององค์กรได้มาแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นร่วมกัน จะทำให้สามารถพัฒนาต่อยอดโครงการต่าง ๆ ไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น โครงการถนนพลาสติกรีไซเคิลที่เคยได้ทำร่วมกันมาก่อน

สำหรับความร่วมมือในการพัฒนาโปรแกรม KoomKah Smart Manifest เพื่อช่วยในการบริหารจัดการขยะของนิคมอุตสาหกรรมอมตะนั้น ทางเอสซีจีจะนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลผสมผสานกับประสบการณ์การทำเว็บแอปพลิเคชัน ‘คุ้มค่า’ (KoomKah) ที่มีธนาคารขยะกว่า 70 แห่งใช้งานอย่างต่อเนื่อง คาดว่าดิจิทัลแพลตฟอร์ม KoomKah Smart Manifest จะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายในสิ้นปีนี้

นายอัครเรศร์ ชูช่วย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งโครงการของอมตะที่ช่วยสนับสนุนแนวคิดการก้าวสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อม (Smart Environment) ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มนี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการข้อมูลการจัดเก็บขยะภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ

อย่างไรก็ตามหากการพัฒนาโปรแกรมนี้ประสบความสำเร็จจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการภายในนิคมฯ มากขึ้นด้านการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร ซึ่งมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งมีแผนในการส่งเสริมให้ชุมชนโดยรอบอมตะได้นำโปรแกรมไปประยุกต์ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลขยะภายในชุมชนอีกด้วย”

ปัจจุบัน มีธนาคารขยะที่ใช้งานเว็บแอปพลิเคชัน ‘คุ้มค่า’ (KoomKah) แล้วกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีธนาคารขยะทั้งในรูปแบบองค์กร และหน่วยงานภายในชุมชน สถานศึกษา บริษัท หรือห้างร้าน รวมไปถึงโครงการต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้ประชาชนคัดแยกขยะให้ถูกต้อง เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้เกิดประโยชน์แทนการฝังกลบ ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แล้ว ยังช่วยลดปัญหาขยะบกที่ไหลสู่ทะเล รวมถึงลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย

อนึ่ง ‘คุ้มค่า’ (KoomKah) พร้อมพัฒนาต่อยอดเพื่อเป็นโซลูชันด้านดิจิทัลแบบครบวงจร (Digital Solutions) ให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการบันทึกข้อมูลขยะเป็นประจำทุกวัน และมีสมาชิกเป็นจำนวนมาก โดยสามารถปรับแต่งเว็บแอปพลิเคชันให้เหมาะสมกับระบบและการใช้งานของแต่ละที่ได้

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 30, 2020 at 10:24AM
https://ift.tt/33bdYaa

"เอสซีจี-อมตะ" พัฒนา KoomKah Smart Manifest จัดเก็บข้อมูลขยะอัจฉริยะในนิคมฯ - ประชาชาติธุรกิจ
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Monday, September 28, 2020

ป่าไม้ตรวจบ้านทรงไทยหรู ปลูกบนที่ดินหลวง ตามข้อมูลทวี ไกรคุปต์ - โพสต์ทูเดย์

creedberita.blogspot.com

ป่าไม้ตรวจบ้านทรงไทยหรู ปลูกบนที่ดินหลวง ตามข้อมูลทวี ไกรคุปต์

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 08:34 น.

ราชบุรี-ป่าไม้นำหมายศาลตรวจสอบบ้านทรงไทยหรูปลูกบนภูเขาตามข้อมูล"ทวี ไกรคุปต์"พบถูกยึดดำเนินคดีมาตั้งแต่ปี58 แต่กลับมาบุกรุกซ้ำอีก

กรณีนายทวี ไกรคุปต์ อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าแจ้งความที่สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี ขอให้ตรวจสอบบ้านทรงไทยหรู สองหลังมูลค่าหลายสิบล้านบาทบนภูเขา คอเขาสน ม.1 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

ล่าสุด นายพัฒนะ ศิริมัย ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ จ.ราชบุรี พร้อมผู้เกี่ยวข้องนำหมายศาลจ.ราชบุรี เข้าตรวจสอบในพื้นที่ที่มีการร้องเรียน เบื้องต้นพบว่าบ้านทรงไทยทั้งสองหลังนั้นเพิ่งจะปลูกได้ไม่นาน และพื้นที่ก็เคยมีการตรวจยึดไว้แล้ว เนื่องจากเป็นเขตป่าไม้ถาวร ห้ามออกเอกสารสิทธิ์ใดๆ เป็นพื้นที่สงวนของรัฐ และส่วนหนึ่งก็ถูกดำเนินคดีไปแล้วตั้งแต่ปี 2558 แต่กลับพบว่ามีการบุกรุกเพิ่มเติม เป็นการบุกรุกซ้ำจะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่า ใครเข้ามาทำประโยชน์ในพื้นที่ และมีเอกสารสิทธิ์ใดๆหรือไม่ และจะได้เชิญเจ้าของพื้นที่มาสอบสวน ถึงที่มาที่ไปของการได้มาซึ่งที่ดิน

นายทวี ไกรคุปต์ ยังได้โทรศัพท์มาให้ข้อมูลว่า หลังจากที่เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.จอมบึง แล้ว ก็ได้สอบปากคำและได้ให้ข้อมูลไปทั้งหมดแล้ว ก็คงจะต้องปล่อยเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะตรวจสอบกันอย่างไร ทุกอย่างเห็นชัดว่าถูกต้องหรือไม่ คงต้องรอผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และจะติดตามผลการดำเนินงานตลอด จะไม่ยอมให้เรื่องเงียบไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 29, 2020 at 08:46AM
https://ift.tt/339MFgf

ป่าไม้ตรวจบ้านทรงไทยหรู ปลูกบนที่ดินหลวง ตามข้อมูลทวี ไกรคุปต์ - โพสต์ทูเดย์
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

ผู้เชี่ยวชาญชี้ 'ทรัมป์' ถูกที่ปรึกษาใหม่ป้อนข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับโควิด-19 - ผู้จัดการออนไลน์

creedberita.blogspot.com

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนฟังข้อมูลจาก ดร.สก็อตต์ แอตแลส ที่ปรึกษาทำเนียบขาว ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของสหรัฐฯ 2 คนออกมาแสดงความกังวลว่า สก็อตต์ แอตแลส (Scott Atlas) ที่ปรึกษาทำเนียบขาว อาจป้อนข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับโควิด-19 ให้แก่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีผลต่อมาตรการตอบสนองโรคระบาดของรัฐบาล

นพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ CNN วานนี้ (28 ก.ย.) ว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจว่า แอตแลส ซึ่งเพิ่งจะถูกดึงเข้าร่วมคณะทำงานพิเศษรับมือโควิด-19 ของทำเนียบขาวได้ไม่นาน มีการเสนอข้อมูลที่ “ไม่คำนึงถึงบริบท หรือบางครั้งก็ไม่ถูกต้อง”

ความคิดเห็นของ นพ. เฟาซี มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ โรเบิร์ต เรดฟิลด์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ออกมาเผยความวิตกกังวลเช่นเดียวกัน

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาพูดมันผิดหมดเลย” NBC อ้างคำพูดของ เรดฟิลด์ ซึ่งให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ขณะขึ้นเครื่องบินจากแอตแลนตามายังวอชิงตันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (25) ซึ่งต่อมา เรดฟิลด์ ยืนยันว่าบุคคลที่เขาเอ่ยถึงก็คือ แอตแลส

แอตแลส ซึ่งเป็นประสาทรังสีแพทย์ (neuroradiologist) และไม่มีประสบการณ์ด้านโรคระบาดมาก่อน ถูกวิจารณ์ว่าไม่ให้ความสำคัญกับการสวมหน้ากากอนามัยเท่าที่ควร และยังเสนอไอเดียเรื่อง “ภูมิคุ้มกันหมู่” หรือ herd immunity ซึ่งเชื่อว่าหากมีคนจำนวนมากพอติดเชื้อและสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้เอง อัตราการแพร่เชื้อก็จะลดลงตามไปด้วย

แม้ทำเนียบขาวจะยืนยันว่าไม่ได้ใช้ยุทธศาสตร์นี้รับมือโควิด-19 แต่ ทรัมป์ ก็เคยกล่าวถึงมัน และยังพูดย้ำอีกเมื่อวานนี้ (28) ว่าการแพร่ระบาดในสหรัฐฯ กำลังจะดีขึ้นในอีกไม่ช้า

เพื่อนร่วมงานของ แอตแลส ที่โรงเรียนแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอีกหลายคน ไม่เห็นด้วยกับวิธีรับมือโควิด-19 ที่นายแพทย์ผู้นี้เสนอ ขณะที่เจ้าตัวได้มีถ้อยแถลงผ่านทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ (28) ว่า “ทุกอย่างที่ผมเสนอไปล้วนมาจากข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์โดยตรงทั้งสิ้น”

CDC ระบุว่า เรดฟิลด์ มีมุมมองขัดแย้งกับ แอตแลส ในเรื่องของการสวมหน้ากาก, การติดเชื้อในกลุ่มวัยรุ่น และภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ทั้งสองก็มีความเห็นที่ตรงกันในอีกหลายประเด็น

ด้าน ซาราห์ แมทธิวส์ โฆษกหญิงของทำเนียบขาว ยอมรับว่าบางครั้งที่ปรึกษาของ ทรัมป์ ก็ขัดแย้งกันเองบ้าง แต่ประธานาธิบดีจะใช้ข้อมูลจากทุกๆ ฝ่ายมาประกอบการตัดสินใจในเรื่องนโยบาย

สหรัฐฯ ซึ่งปราศจากแผนรับมือโควิด-19 ที่เป็นเอกภาพจากรัฐบาลกลางมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วกว่า 7.1 ล้านคน เสียชีวิตเกือบ 205,000 คน ซึ่งเป็นสถิติสูงที่สุดในโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจจะเกิดการแพร่ระบาดใหญ่ระลอก 2 เนื่องจากสภาพอากาศเริ่มหนาวเย็นลงและประชาชนใช้เวลาอยู่ในอาคารกันมากขึ้น

ผู้อำนวยการ CDC ย้ำว่าอันตรายจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะยังไม่หมดสิ้นไปในเร็วๆ นี้ ซึ่งค้านกับการประเมินสถานการณ์เชิงบวกของ ทรัมป์ และ แอตแลส

“เรายังไม่เข้าใกล้จุดจบของมันเลย” เรดฟิลด์ กล่าว

ที่มา: รอยเตอร์


Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 29, 2020 at 09:29AM
https://ift.tt/2HG0wCU

ผู้เชี่ยวชาญชี้ 'ทรัมป์' ถูกที่ปรึกษาใหม่ป้อนข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับโควิด-19 - ผู้จัดการออนไลน์
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Sunday, September 27, 2020

OnePlus เผยข้อมูล Warp Charge 65W มาพร้อม 8T ชาร์จได้ 58% ใน 15 นาที - Blognone

creedberita.blogspot.com

OnePlus เผยข้อมูลของ Warp Charge 65W ระบบชาร์จที่จะมาพร้อมกับ OnePlus 8T ที่ใช้แบตเตอรี่ 4,500 mAh สามารถชาร์จได้ถึง 58% ภายใน 15 นาที ซึ่ง OnePlus ระบุว่า 58% คือใช้ได้เป็นวันแล้ว (A Day's Power in 15 minutes.) และชาร์จเต็มได้ภายใน 39 นาที

ตัวสายจะเป็นแบบ USB C-to-C ตัวที่ชาร์จรองรับการชาร์จหลายแบบ รวมถึงชาร์จแบบ PD 45W ด้วย ทำให้ชาร์จอุปกรณ์ได้หลายรูปแบบไปจนถึงโน้ตบุ๊กที่รองรับการชาร์จแบบ PD ผ่าน USB Type-C

ตัวที่ชาร์จมี encryption chip เพื่อป้องกันการล้วงข้อมูล และบน OnePlus 8T จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิถึง 12 จุด ทำงานควบคู่กับระบบระบายความร้อนแบบใหม่ เพื่อลดอุณหภูมิแบตเตอรี่ขณะชาร์จ

ที่มา - OnePlus

No Description

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 25, 2020 at 04:33PM
https://ift.tt/341jACS

OnePlus เผยข้อมูล Warp Charge 65W มาพร้อม 8T ชาร์จได้ 58% ใน 15 นาที - Blognone
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Friday, September 25, 2020

Resident Evil Village เผยข้อมูลเนื้อเรื่องจากงาน TGS2020 Online - Sanook

creedberita.blogspot.com

Capcom ได้จัดรายการถ่ายทอดสดพิเศษในงาน Tokyo Game Show 2020 Online เพื่อเปิดเผยข้อมูลเนื้อเรื่องของเกม Resident Evil Village ให้ได้ทราบกันอีกครั้ง ก่อนที่ตัวเกมจะวางจำหน่ายภายในปี 2021 บนเครื่อง PlayStation 5, Xbox Series X/S, และ PC ตามกำหนดการ

ตัวเอกของเกมในภาคนี้คือ Ethan Winter จาก Resident Evil 7 ซึ่งหลังจากเรื่องราวเหตุการณ์สะเทือนขวัญในภาคก่อน Ethan และ Mia ได้มาอาศัยอยู่ด้วยกันในสถานที่อันสงบสุขด้วยกันสองคน โดยหวังว่าเรื่องราวอันเลวร้ายที่ได้เผชิญมาจะผ่านไป แต่แล้ว Christ Redfield กับหน่วยของเขาก็ได้บุกมาหา Ethan และทำให้เขาได้สูญเสียคนรักไปอย่างโหดร้าย

Ethan ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง โดยพบว่าเขาได้อยู่ที่ "หมู่บ้าน" หรือ "Village" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของเกม จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง "ตัวเอก" ได้เลยทีเดียว และที่นี่เองที่ทำให้เขาได้พบกับตำนานเรื่องเล่าสยองขวัญของคนในหมู่บ้าน และได้พบกับสิ่งมีชีวิตอันน่ากลัวที่จะมามอบฝันร้ายให้กับเขาอีกครั้ง

ภายในหมู่บ้านนั้นจะมีสิ่งมีชีวิตลึกลับที่แฝงตัวอยู่ในความมืด ซึ่ง Ethan ต้องเผชิญหน้าและหาทางเอาชีวิตรอดไปให้ได้ และนอกจากการต้องเผชิญกับสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวมากมายแล้ว ผู้เล่นก็จะยังได้พบกับเรื่องราวอันลึกลับของชาวบ้านในหมู่บ้าน และชายผู้คอยเฝ้ามองดูอีธานอยู่อีกด้วย

สุดท้ายนี้ทางทีมงาน Resident Evil Village ได้กล่าวว่า Ethan นั้นเป็นตัวละครที่พวกเขาให้ความสำคัญตั้งแต่สร้าง Resident Evil 7 ขึ้นมา ซึ่งเนื้อหาของเกมทั้งสองภาคนั้นเป็นเหมือนเรื่องราวทั้งหมดของเขาที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง จึงน่าติดตามว่าท้ายที่สุดแล้ว Ethan จะต้องเผชิญกับอะไร จะผ่านพ้นไปได้อย่างไร และบทสรุปของเขาจะเป็นเช่นไร นั่นคือสิ่งที่ผู้เล่นจะได้ติดตามไปพร้อมกันในหมู่บ้านอันเต็มไปด้วยเรื่องสยองขวัญใน Resident Evil Village

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 26, 2020 at 04:45AM
https://ift.tt/3j5Tm8H

Resident Evil Village เผยข้อมูลเนื้อเรื่องจากงาน TGS2020 Online - Sanook
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างในสถานประกอบการ • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

creedberita.blogspot.com

Cap & Corp Forum

เมื่อกล่าวถึงพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในบริบทของการจ้างแรงงานหลายคนมักจะคำนึงถึงเฉพาะในขั้นตอนของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (data processing) ของลูกจ้างหรือผู้สมัครเข้าทำงานในขั้นตอนของการคัดสรรหรือการเข้าทำสัญญาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ในการบริหารองค์กรและบริหารงานบุคคลต้องมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (“การประมวลผล”) ของลูกจ้างในหลายกระบวนการ และมีความต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของการจ้างงาน

เช่น การประมวลผลข้อมูลเพื่อประเมินความสามารถของพนักงาน เพื่อความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และเพื่อปกป้องทรัพย์สินในสถานที่ทำงาน เป็นต้น โดยผู้เขียนขอเรียกการประมวลผลดังกล่าวว่า “การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างในสถานประกอบการ

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ผู้ประกอบการหรือนายจ้างสามารถนำเทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างมาใช้ในสถานประกอบการหรือแม้กระทั่งใช้ติดตามดูพฤติกรรมของลูกจ้างได้ตลอดเวลา (monitoring & tracing) ทั้งในและนอกสถานประกอบการ และในหรือนอกเวลาทำงาน อาทิ ระบบกล้องวงจรปิด ระบบตรวจสอบอัตลักษณ์ของบุคคล ระบบ GPS สมาร์ตโฟน และระบบคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามความหมายของพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ

โดยการดำเนินกิจกรรมลักษณะนี้หลายคนอาจมีความเข้าใจผิดว่าในฐานะของนายจ้างย่อมสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างของตนได้บนฐานการให้ความยินยอม (consentground) โดยการเก็บความยินยอมของลูกจ้างของตน แต่หากตีความตามความหมายของบทบัญญัติมาตรา 19 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ที่บัญญัติไว้ว่า การขอความยินยอมนั้นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงถึงอย่างที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม (freely given consent) ความยินยอมที่บุคคลที่มีความไม่เท่าเทียมกันในทางเศรษฐกิจหรืออำนาจต่อรองได้ให้ไว้หรือจำต้องให้ในสถานะดังกล่าว (ลูกจ้าง) จึงอาจมีคำถามตามมาได้ว่า กรณีนี้จะถือเป็นความยินยอมที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เมื่อพิจารณาจากบริบทข้างต้นจะเห็นได้ว่าการขอความยินยอมเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างโดยนายจ้างนั้นอาจไม่สามารถทำบนฐานความยินยอมเท่านั้น (consent ground) เนื่องจากนายจ้างและลูกจ้างมีอำนาจการต่อรองที่ต่างกัน (different position of power) ดังนั้นการให้ความยินยอมของลูกจ้างหรือผู้สมัครงานต่อนายจ้างโดยธรรมชาติมักเป็นการให้ความยินยอมโดยปราศจากความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูล เนื่องจากความกังวลต่อผลเสียที่อาจจะตามมา เช่น ผลต่อการรับเข้าทำงาน ขึ้นเงินเดือนหรือตำแหน่ง เป็นต้น

ดังนั้นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างในการบริหารงานบุคคลจึงเป็นการดำเนินการบนฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง (legitimate interest) ตามนัยของมาตรา 24(5) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ประกอบด้วย โดยต้องเป็นการประมวลผลที่มีขอบเขตอย่างชัดเจนและโปร่งใส (limiting to the process & transparency) มิฉะนั้นการประมวลผลเพื่อประโยชน์ในการบริหารของนายจ้างก็อาจเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างได้

การกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ทางการบริหารของนายจ้างจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาถึง  4 ประเด็นหลักดังนี้

  1. การประมวลผลด้วยความจำเป็น (processing activity is necessary)
  2. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลมีความเป็นธรรมต่อลูกจ้าง (fair to employees)
  3. เป็นการประมวลผลที่ได้สัดส่วนกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับกิจการ (proportionate to the concerns raised)
  4. ประมวลผลด้วยความโปร่งใส (transparent)

โดยคณะกรรมการที่ปรึกษาของหน่วยงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิก (European Data Protection Board, EDPB) ได้แนะนำแนวทางในการจัดทำมาตรการทางการบริหารภายในองค์กรเพื่อให้เป็นไปตามบริบทของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ดังนี้

กรณีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครเข้าทำงานในขั้นตอนของการสมัครงาน เนื่องจากในปัจจุบันมีการใช้โซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย นายจ้างบางรายอาจทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียที่ผู้สมัครใช้ ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครก่อนที่นายจ้างจะเก็บรวบรวมข้อมูลผู้สมัครผ่านช่องทางดังกล่าว

นายจ้างควรตรวจสอบและพิจารณาก่อนว่าการโพสต์ข้อมูลลงบนโซเซียลมีเดียของผู้สมัครนั้นเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวหรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ (private or business purpose) และหากผู้สมัครไม่ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นพนักงาน ผู้ประกอบการควรดำเนินการลบ (delete) ข้อมูลของผู้สมัครทันที เพื่อให้เป็นไปตามหลักความจำเป็นของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล (data minimization)

กรณีการประมวลผลข้อมูลการใช้งานโดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของพนักงาน (monitoring ICT usage) เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศผู้ประกอบการบางรายใช้เทคโนโลยี เช่น Firewall หรือ TLS interception เพื่อตรวจสอบ (monitor) การใช้งานบนอินเทอร์เน็ตของพนักงานในองค์กร โดยมีผลพลอยได้นอกจากวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัยแล้ว ยังอาจใช้ในการประเมินผลการทำงานของพนักงานด้วย กรณีเช่นนี้ถือเป็นความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและความเป็นส่วนตัวของลูกจ้าง

ดังนั้นผู้ประกอบจึงควรติดตั้ง (configure) เทคโนโลยีไปในทางจำกัดสิทธิการเข้าถึงเว็บไซต์หรือข้อมูลที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ต้น อาทิ การบล็อกเส้นทาง (traffic) เข้า-ออกเครือข่ายที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงปลอดภัย (blocking suspicious incoming & outcoming traffic) แทนที่การติดตามตรวจดูการใช้งานเครือข่ายของลูกจ้างเป็นต้น แต่หากมีความจำเป็นในบางกรณีการตรวจดูหน้าจอหรือการใช้งานเครือข่ายของพนักงานก็อาจสามารถกระทำได้ แต่ควรเป็นกรณียกเว้นมิใช่หลักปฏิบัติทั่วไป โดยการดำเนินการดังกล่าวควรมีการชี้แจงขั้นตอนต่าง ๆ ให้แก่พนักงานอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา (transparency)

กรณีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไปยังต่างประเทศ​ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสนใจ เนื่องจากในปัจจุบันการจัดเก็บข้อมูลหรือการประมวลผลข้อมูลโดยผู้ให้บริการทางซอฟแวร์ มักกระทำโดยอาศัยเทคโนโลยีคลาวด์ ซึ่งผู้ให้บริการอาจไม่มีเซิฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศ จึงต้องมีการส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ ดังนั้นผู้ประกอบการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (data controller) จึงมีหน้าที่ต้องจัดให้การส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ

จากตัวอย่างข้างต้น ท่านผู้อ่านจะพบว่าบริบทต่าง ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานในสถานประกอบการมีความหลากหลายและขึ้นอยู่กับประเภทของกิจการ และคงเป็นการยากที่จะยกกรณีศึกษาของทุกบริบทได้

ดังนั้น เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในสถานประกอบการไม่เป็นการละเมิดพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ​ ผู้ประกอบการจึงควรต้องพิจารณาถึงประเด็นสำคัญ​ 4 ประการดังนี้ 1)สิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (fundamental rights) 2)ฐานความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (legitimate interest ground) 3)ความโปร่งใสของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (transparency) และ 4)หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (data minimization & proportionality)

ศุภวัชร์ มาลานนท์

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Max Planck InstituteLuxembourg

ชิโนภาส อุดมผล

Optimum Solution Defined (OSDCo., Ltd.)

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 26, 2020 at 06:01AM
https://ift.tt/2GeeVFO

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างในสถานประกอบการ • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Wednesday, September 23, 2020

Vending Machine แนวใหม่ในญี่ปุ่น ไร้ฉลาก-โลโก้ มีข้อมูลโภชนาการ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ - Brand Inside

creedberita.blogspot.com

DyDo Drinco บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มในประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติแบบใหม่ ไม่เหมือนใคร ไม่แสดงตัวเครื่องดื่ม ไม่เห็นรูปแบบขวด หรือกระป๋องที่คุ้นเคย แต่มีเพียงส่วนผสม และคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้นที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

ภาพจาก prtimes.jp

เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หรือ Vending Machine เป็นสิ่งที่เราเห็นได้ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น ตามสถานที่สาธารณะ สถานีรถไฟ รวมถึงริมถนน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนสามารถซื้อเครื่องดื่มที่ต้องการได้ตลอดเวลา แต่โดยปกติเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่เรามักเห็นกัน จะแสดงตัวสินค้าให้เราเห็นอย่างชัดเจน เพื่อง่ายต่อการเลือกซื้อ

prtimes.jp

ไม่มีฉลาก ไม่มีโลโก้ แต่มีข้อมูลโภชนาการ

DyDo Drinco บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มในประเทศญี่ปุ่น มีแนวคิดในการจัดเรียงสินค้าในเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติแบบใหม่ ไม่แสดงตัวสินค้าให้เห็นอย่างชัดเจน แต่จะแสดงเฉพาะส่วนผสม และคุณค่าทางโภชนาการที่เคยอยู่ด้านหลังของขวดเท่านั้น ซึ่งแนวคิดนี้ตอบโจทย์สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการสนใจดูแลสุขภาพ และการกิน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

ที่ผ่านมาเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ มักหันด้านหน้าของสินค้าออก ให้คนจดจำตัวสินค้าได้ เช่น ลักษณะของขวด และโลโก้ของแบรนด์ ทำให้ง่ายต่อการมองเห็นและเลือกซื้อ แต่ทำให้คนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว ในเครื่องดื่มที่ตัวเองต้องการซื้อ ทั้งกาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือน้ำอัดลมรสหวานต่างๆ มีส่วนผสมอะไรบ้าง หากผู้ซื้อเห็นส่วนผสมและคุณค่าทางอาหารได้โดยง่าย ก็จะเป็นส่วนที่ช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจเลือกเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด

อย่างไรก็ตามเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติของ DyDo Drinco ในขณะนี้จะมีติดตั้งอยู่ที่บริเวณสถานีรถไฟ Shizuoka เท่านั้น

ที่มา – Japantoday, prtimes.jp

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm

Writer Brand Inside

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 24, 2020 at 08:30AM
https://ift.tt/2RZOpSR

Vending Machine แนวใหม่ในญี่ปุ่น ไร้ฉลาก-โลโก้ มีข้อมูลโภชนาการ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ - Brand Inside
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Tuesday, September 22, 2020

นำร่อง'ลาดกระบัง'ใช้นวัตกรรมข้อมูลดิจิทัลไร้ตะเข็บยกระดับคุณภาพชีวิต - กรุงเทพธุรกิจ

creedberita.blogspot.com

23 กันยายน 2563

17

4 หน่วยงาน ลงนามความร่วมมือพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมบริการข้อมูลดิจิทัลไร้ตะเข็บยกคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัวเปราะบาง นำร่อง “ลาดกระบัง” ก่อนขยายผลครอบคลุมทุกเขตในกทม.

นำร่อง"ลาดกระบัง"

​เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย (สวน.) ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนาต้นแบบบริการร่วมระหว่างหน่วยบริการพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก เยาวชน และครอบครัวด้วยดิจิทัล (Seamless Transaction Services)” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการร่วมโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นต้นแบบบริการทางสังคมด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก เยาวชนและครอบครัว ต่อเนื่องตลอดช่วงวัย และการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งในปีแรกจะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ร่วมและส่งต่อบริการร่วมกันของ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มผู้ให้บริการจากศูนย์บริการสาธารณสุข 45 ร่มเกล้า คุณครูจากศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียน 2. กลุ่มผู้รับบริการที่เป็นเด็กเยาวชนและครอบครัว และ3. คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับเขต คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก ที่เป็นกลไกร่วมจัดบริการ ซึ่งจะพัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมระบบดิจิทัลของเขตลาดกระบัง กทม. และทดสอบการขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ครอบคลุมทุกเขตต่อไป

​นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.มีโรงเรียนในสังกัด 300 แห่ง มีนักเรียนกว่า 2 แสนคน มีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสังกัด กทม.ใน 50 เขต 298 ศูนย์ มีเด็ก 25,975 คน โดยรับภาระกับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในครอบครัวที่เปราะบางยิ่งกว่าเด็กและเยาวชนในพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งความเปราะบางของครอบครัวกระทบโดยตรงต่อเด็กและเยาวชน รายงานผลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในเขตกรุงเทพมหานคร จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับองค์การยูนิเซฟ พบว่า เกือบ 1 ใน 6 (ร้อยละ 15.8) ของเด็กอายุ 0-17 ปี ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ ในชุมชนของกรุงเทพมหานครมีเด็กที่กำพร้าพ่อหรือแม่ หรือทั้งพ่อและแม่ ร้อยละ 3.6 และร้อยละ 0.4 ที่พ่อหรือแม่อย่างน้อย 1 คนอาศัยอยู่ต่างประเทศ และเด็กอายุ 1-14 ปี ในชุมชนของกรุงเทพมหานครร้อยละ 73.1 ถูกอบรมด้วยการทำร้ายจิตใจหรือร่างกายในช่วง 1 เดือนก่อนการสำรวจ ดังนั้น ต้นแบบบริการไร้ตะเข็บด้วยนวัตกรรมดิจิทัล จึงเป็นการพลิกโฉมบริการที่เคยแยกส่วนกันให้เกิดเป็นองค์รวม สามารถดูแลต่อเนื่องตลอดช่วงวัย ตั้งแต่ฝากครรภ์ เด็กแรกเกิด เข้าสู่ศูนย์เด็กเล็ก เด็กอนุบาล เด็กและเยาวชนในวัยเรียน จนถึงวัยรุ่น อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพตามวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 20 ปี และตามวิสัยทัศน์“มหานครสุขภาพดี ทุกชีวีแข็งแรง”

​ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า การออกแบบในการจัดวางบริการแบบใช้ร่วมกัน “Shared-Service” ก็คือการทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ร่วมกันจากทรัพยากรเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และต่อยอดขยายเป็น Open Data กับทาง กทม. และ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิ์ของเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับภาครัฐ (GovTech) ไปสู่ความเป็นรัฐบาลดิจิทัลต่อไป

​นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. กล่าวว่า โครงการนี้มุ่งพัฒนาต้นแบบระบบการบริหารงานแบบใช้ร่วมกันของหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดบริการ (Shared Service) ทางสังคม สุขภาพ เศรษฐกิจ และการคุ้มครองสิทธิ์เด็ก เยาวชน และครอบครัวเปราะบาง นับเป็นการทำงานเชิงรุก กับเหตุปัจจัยต้นน้ำก่อนที่เด็กและเยาวชนจะเกิดปัญหาหรือวิกฤตในชีวิต ในขณะเดียวกันก็มีระบบดูแลช่วยเหลือส่งต่อเด็กและเยาวชนที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตด้วย ที่ผ่านมา สสส. ได้ดำเนินโครงการพัฒนารูปแบบการดูแลเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนของ กทม. 3 แห่ง คือ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนแป้นรักษา และ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กพิทักษา โดยสนับสนุนการพัฒนารูปแบบการดูแลเด็กปฐมวัยของศูนย์ฯ เครื่องมือสำหรับพัฒนาคุณภาพศูนย์ฯ และพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก ดังนั้น คาดหวังว่าผลงานนี้จะช่วยอุดช่องว่างการทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน และครอบครัว เพราะมุ่งให้ทุกฝ่ายทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกันของผู้ใช้บริการแบบไร้รอยต่อ

​นายธรรมรักษ์ การพิศิษฏ์ ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย (สวน.) กล่าวว่า ต้นแบบนี้ใช้เป็นพื้นที่เสริมศักยภาพการเรียนรู้ (Empower) ผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และกลไกคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับเขต (พชข.) และคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก ให้มีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านระบบงานแบบดั้งเดิม ไปสู่ระบบงานแบบดิจิทัล เพื่อให้ ร่วมวางแผนขับเคลื่อน (Governance)

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 23, 2020 at 11:02AM
https://ift.tt/32Z7r2p

นำร่อง'ลาดกระบัง'ใช้นวัตกรรมข้อมูลดิจิทัลไร้ตะเข็บยกระดับคุณภาพชีวิต - กรุงเทพธุรกิจ
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

"พุทธิพงษ์" สั่งสสช.เร่งเก็บข้อมูลผลกระทบโควิด-19 ภายใน 1 - อาร์วายที9

creedberita.blogspot.com

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการจัดระบบสถิติประเทศไทย 3 ด้าน ครั้งที่ 1/2563 ว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) จัดกลุ่มเป้าหมายในการลงไปสำรวจข้อมูลระยะเร่งด่วนใน 5 อันดับแรกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เช่น ตัวเลขคนว่างงาน คนที่ตกงาน แล้วย้ายถิ่นฐานกลับไปอยู่ตามภูมิลำเนา, ข้อมูลกลุ่มเกษตรกรที่ประสบปัญหา และอีก 3 กลุ่ม ให้ทางสำนักงานสถิติแห่งชาติ ลงไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปออกมาก่อนจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลสถิติ โดยเก็บในระบบดิจิทัลทั้งหมด ให้เวลาภายใน 1 เดือนแล้วกลับมารายงานว่า 5 กลุ่มนี้มีใครบ้าง จะช่วยกลุ่มใดบ้างที่จะได้รับประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งทั้งหมดจะถูกรวบรวมข้อมูลไว้ใน Big Data ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในที่เดียวกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย ฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นแผนเดิม มีกรอบระยะเวลาการทำงาน ตั้งแต่ปี 2559-2564 ตามกำหนดเดิมจะเสร็จปีหน้า

พร้อมกำชับให้สสช.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการเก็บข้อมูลสถิติประชาชน จะต้องทำงานหนัก เรื่องการจัดเก็บข้อมูลสถิติ ต้องปรับเปลี่ยนการทำงานให้รวดเร็ว สอดรับกับสถานการณ์โควิด-19 เพื่อสามารถสนับสนุนข้อมูลของประชาชน ให้ภาครัฐ และนโยบายต่างๆที่จะลงไปช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ตอบโจทย์ปัญหาได้ถูกต้อง เพื่อประหยัดงบประมาณ และวัดผลได้จริง เนื่องจากข้อมูลเก่าถือว่าไม่ทันต่อสถานการณ์แล้ว

นายพุทธิพงษ์ ระบุว่า สสช.ได้เตรียมแอปพลิเคชั่น แพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อรองรับข้อมูลไว้แล้ว ไม่ได้ทำงานล่าช้า แต่เนื่องจากมีหลายหน่วยงานยังไม่ส่งข้อมูลให้ จึงต้องเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เชื่อว่าหลังจากนี้ ไม่เกิน 3 เดือน จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนว่า สสช.สามารถตอบโจทย์สนุนสนุนข้อมูลได้ทุกหน่วยงานอย่างแน่นอน


Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 23, 2020 at 08:48AM
https://ift.tt/35UADcC

"พุทธิพงษ์" สั่งสสช.เร่งเก็บข้อมูลผลกระทบโควิด-19 ภายใน 1 - อาร์วายที9
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร 22 ก.ย. - อาร์วายที9

creedberita.blogspot.com

ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร (แบบ 59)

ชื่อบริษัท    ชื่อผู้บริหาร                          ความสัมพันธ์*                    ประเภท  วันที่ได้มา/          จำนวน     ราคา  วิธีการได้มา/
                                                                         หลักทรัพย์  จำหน่าย                            จำหน่าย
CCET      นาย ซื่อ หยง เสิ่น                     ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  22/09/2563      150,000     1.95  ซื้อ
COMAN     นาย ฐิติ ก่อวุฒิกุลรังษี                   ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563       10,000     2.26  ซื้อ
COMAN     นาย ฐิติ ก่อวุฒิกุลรังษี                   ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  22/09/2563       12,900     2.22  ซื้อ
CHAYO     นาย กิตติ ตั้งศรีวงศ์                    ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563       97,500     7.50  ซื้อ
SUN       นาย วีระ นพวัฒนากร                   ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563       20,000     2.73  ซื้อ
SELIC     นาย เอก สุวัฒนพิมพ์                    ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  22/09/2563       20,000     2.00  ซื้อ
ECL       นาย ประภากร วีระพงษ์                 ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563      400,000     0.85  ขาย
TU        นาย เชง นิรุตตินานนท์                 คู่สมรส/ผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา    หุ้นสามัญ  22/09/2563      200,000    13.40  ซื้อ
                                            (นางจินตนา นิรุตตินานนท์ )
TWPC      นาย เรน ฮวา โฮ                     ผู้รายงาน           NVDR อ้างอิง หุ้นสามัญ  21/09/2563      100,000        -  ขาย
TWPC      นาย เรน ฮวา โฮ                     ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563      100,000        -  ซื้อ
WACOAL    นาย บุญดี อำนวยสกุล                   ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  22/09/2563        2,450    45.00  ซื้อ
THG       นาย เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์              นิติบุคคลซึ่งผู้จัดทำรายงาน คู่สมรส     หุ้นสามัญ  21/09/2563      100,000    18.10  ซื้อ
                                            หรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และ
                                            บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถือหุ้นรวม
                                            กันเกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิ
                                            ออกเสียงทั้งหมด และมีสัดส่วนการถือหุ้นมากที่สุด
                                            (บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน))
TSR       นาย วัชรินทร์ วัชรธรรม                 ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563       60,000     3.18  ซื้อ
FTE       นาย บุญเลิศ สันติวรนารถ                ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563       10,000     1.50  ขาย
MINT      นาย ไบรอัน เจมส์ เดลานี่               ผู้รายงาน           NVDR อ้างอิง หุ้นสามัญ  16/09/2563      100,000    23.40  ขาย
UAC       นาย กิตติ ชีวะเกตุ                     ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563        4,100     3.71  ซื้อ
CHG       นาย วิชิต ศิริทัตธำรง                  คู่สมรส/ผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา    หุ้นสามัญ  21/09/2563       50,000     2.46  ซื้อ
                                            (นางอังคณา ศิริทัตธำรง)
IMH       นาย สิทธิวัตน์ กำกัดวงษ์                 ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563       42,500     2.19  ซื้อ
LIT       นางสาว ประภาพรรณ รักธรรม            ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563        5,000     3.16  ขาย
SSP       นางสาว ธัณฐภรณ์ ไกรพิสิทธิ์กุล            ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563      205,000     7.15  ซื้อ
IVL       นาย ระเฑียร ศรีมงคล                  ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563       50,000    22.70  ซื้อ
EP        นาย ยุทธ ชินสุภัคกุล                    ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563       99,000     3.70  ซื้อ
AP        นาย พงษ์นลิท จันทร์สงวน                ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  22/09/2563       50,000     5.50  ซื้อ
OSP       นาง พรธิดา บุญสา                     ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  21/09/2563       20,000    36.50  ซื้อ
OSP       นางสาว สุทิพา ปัญญามหาทรัพย์            ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  22/09/2563        1,600    36.00  ซื้อ
*กรณีที่บริษัทมีผู้บริหารเป็นคู่สมรสกัน ถ้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์ คู่สมรสทั้ง 2 คน จะมีหน้าที่ต้องรายงาน ซึ่งจะทำให้เกิดการแสดงรายการซ้ำซ้อนกัน
เช่น นาย A และนาง B เป็นคู่สมรสกันและเป็นผู้บริหารของ บมจ.AB ทั้งคู่ ถ้านาย A ซื้อหุ้น AB 1 รายการ การแสดง
ข้อมูลจะเป็น 2 รายการดังนี้ รายการที่ 1 นาย A ผู้จัดทำ ซื้อหุ้น รายการที่ 2 นาง B คู่สมรส ซื้อหุ้น จึงขอให้ใช้ข้อมูล
ด้วยความระมัดระวัง

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 23, 2020 at 07:59AM
https://ift.tt/2Hi5Ls8

ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร 22 ก.ย. - อาร์วายที9
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Sunday, September 20, 2020

ธปท. ยกเครื่องรายงานข้อมูลการเงิน-ลดภาระต้นทุนแบงก์ 1-5% - ประชาชาติธุรกิจ

creedberita.blogspot.com

ธปท. เปิดตัว “โครงการปฏิรูปการรายงานข้อมูลของสถาบันการเงิน” หนุนการออกนโยบายและมาตรการที่ตรงจุด พร้อมลดภาระธนาคารเฉลี่ย 1-5% นับเป็นธนาคารกลางแรกในเอเชียที่ดำเนินการโครงการในลักษณะนี้ พร้อมจัดตั้งคณะทำงานร่วมสถาบันการเงิน 1 ต.ค.นี้

นายวันประชา เชาวลิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารข้อมูลและดาต้าอนาไลติกส์ ธปท. เปิดเผยว่า ในสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจการเงินที่มีความผันผวนและไม่แน่นอนสูง ธปท. เล็งเห็นถึงความจำเป็นของการพัฒนาระบบข้อมูลให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกในการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ธปท. ได้ตระหนักถึงภาระและค่าใช้จ่ายที่สถาบันการเงินต้องแบกรับเฉลี่ย 1-5% ในการรายงานข้อมูลด้วยเช่นกัน ธปท. จึงได้ริเริ่ม

1.การบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล หรือ Regulatory Data Transformation โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับรูปแบบการรายงานข้อมูลแบบละเอียดในรูปแบบมาตรฐานกลางที่เป็นสากลและใกล้เคียงกับข้อมูลที่สถาบันการเงินเก็บโดยอ้างอิงจากแนวทางของธนาคารกลางต่างประเทศ ซึ่งจะลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการประมวลผลข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพของการรายงานข้อมูลของสถาบันการเงิน พร้อมทั้งยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลของ ธปท. เพื่อใช้กำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ และสามารถเผยแพร่ข้อมูลที่ตรงจุดและชัดเจนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงสาธารณชนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยในระยะแรกของโครงการ ธปท. จะปรับปรุงชุดข้อมูลด้านสินเชื่อ และจะขยายการดำเนินการไปยังชุดข้อมูลอื่น ๆ ต่อไป

2.การลด ละ และยกเลิก การรายงานข้อมูล หรือ Data Guillotine เพื่อลดการรายงานข้อมูลที่มี
ความซ้ำซ้อน หมดความจำเป็นหรือไม่เท่าทันกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่ง ธปท.จะทยอยยกเลิกการรายงานข้อมูลดังกล่าวภายในปี 2563 อาทิ การรายงานข้อมูลในรูปแบบกระดาษ (Hard copy) และการรายงานข้อมูลเฉพาะกิจตามสถานการณ์ในอดีต โดยเฉลี่ย 10-20 ชุดข้อมูล

“ในการนี้ ธปท. ได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างสถาบันการเงินเพื่อระดมความคิดและร่วมดำเนินการไปด้วยกันตามเป้าหมาย โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ท้ายนี้ ธปท. เชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือที่ดีจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จะทำให้การกำกับดูแลและรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงินมีความเท่าทัน และเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืน”

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 21, 2020 at 11:05AM
https://ift.tt/3cjySGR

ธปท. ยกเครื่องรายงานข้อมูลการเงิน-ลดภาระต้นทุนแบงก์ 1-5% - ประชาชาติธุรกิจ
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

หลุดข้อมูล Samsung Wireless Charger Trio บนเว็บไซต์พร้อมสเปค - Techoffside.com

creedberita.blogspot.com

Samsung เผลอปล่อยข้อมูล Wireless Charger Trio ผลิตภัณฑ์ชาร์จไร้สายแบบ 3 in 1 ที่สามารถชาร์จโทรศัพท์ หูฟังและนาฬิกาได้พร้อมกันในเวลาเดียว

Wireless Charger Trio เป็นอุปกรณ์ชาร์จไร้สายรุ่นใหม่จาก Samsung ที่มีแนวคิดการออกแบบใช้งานคล้ายกับ AirPower ของ Apple (ซึ่งรายนั้นพับโครงการและไม่มีแววว่าจะได้ออกมาจำหน่ายจริง)

Samsung ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก แต่หน้าร้านค้าของ Samsung เยอรมันและเกาหลีมี Wireless Charging Trio อยู่ในรายการแล้ว และตอนนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปคของแท่นชาร์จมาให้เราได้ทราบกัน

Charger Trio มีขดลวดชาร์จ 6 ตัวและสามารถชาร์จโทรศัพท์ Samsung ได้เร็วถึง 9W รองรับอุปกรณ์ Qi อื่น ๆ ที่ความเร็วสูงสุด 5W และรองรับการชาร์จ 7.5W สำหรับผลิตภัณฑ์ Apple มีไฟ LED ในตัวเพื่อแจ้งให้คุณทราบสถานะการชาร์จ เครื่องชาร์จมีขนาด 240 x 86 x 15.5 มม. และหนัก 320 กรัม

Samsung Wireless Charger Trio

มีให้เลือก 2 สีคือสีขาวและสีดำ และจะรองรับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของ Samsung (ซีรีส์ S, Note, Fold และ Z) ไปจนถึง Galaxy S6 และ Galaxy Z Fold2 รองรับ Galaxy Buds (+) หรือ Galaxy Buds Live รวมถึง Galaxy Watch รุ่นที่ชาร์จแบบไร้สายได้

Samsung Wireless Charger Trio

หากเป็นสมาร์ทโฟนที่มีการสวมใส่เคส สามารถชาร์จได้ด้วยเคสหนาไม่เกิน 3 มม. ขึ้นอยู่กับวัสดุของตัวเคส โดยตัวอุปกรณ์ชาร์จจะเปลี่ยนเป็นวัตต์ที่ต่ำลงและชาร์จช้าลง

ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าจะวางจำหน่ายเมื่อใด แต่เนื่องจากมีรายชื่อบน Samsung Store คาดว่ามันจะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้

ที่มา gsmarena

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 20, 2020 at 11:00PM
https://ift.tt/3hM5TN1

หลุดข้อมูล Samsung Wireless Charger Trio บนเว็บไซต์พร้อมสเปค - Techoffside.com
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

'ศูนย์ข้อมูล COVID-19' รายงาน ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อ 'โควิด-19' เพิ่ม - กรุงเทพธุรกิจ

creedberita.blogspot.com

21 กันยายน 2563

11

"ศูนย์ข้อมูล COVID-19" รายงาน "ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้" ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม ยอดผู้ป่วยสะสม 3,506 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดผู้เสียชีวิตคงเดิมอยู่ที่ 59 ราย ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 3,342 ราย

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 63 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า ประเทศไทยไม่พบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,506 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 3,342 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 105 ราย

สำหรับ สถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก เวลา 10.00 น. ยอดผู้ติดเชื้อรวม 31,231,209 ราย อาการรุนแรง 61,239 ราย รักษาหายแล้ว 22,822,258 ราย เสียชีวิต 965,063 ราย 

5 อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด
1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 7,004,768 ราย
2. อินเดีย จำนวน 5,485,612 ราย
3. บราซิล จำนวน 4,544,629 ราย
4. รัสเซีย จำนวน 1,103,399 ราย
5. โคลอมเบีย​ จำนวน 765,076 ราย

ขณะที่ ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 133 จำนวน 3,506 ราย

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 21, 2020 at 11:04AM
https://ift.tt/35VlQ1s

'ศูนย์ข้อมูล COVID-19' รายงาน ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อ 'โควิด-19' เพิ่ม - กรุงเทพธุรกิจ
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

IPO Fund: ข้อมูลกองทุนเปิดที่กำลังเสนอขาย - อาร์วายที9

creedberita.blogspot.com

รายชื่อกองทุนเปิดใหม่ของแต่ละ บลจ.ที่มีการเสนอขายอยู่ในขณะนี้

วันที่เสนอขาย          ชื่อกองทุนเปิด                              ชื่อย่อ              ประเภทกองทุน   อายุโครงการ    ลงทุนขั้นต่ำ     ประมาณการ   บลจ.
                                                                                                         ครั้งแรก(บาท)   ผลตอบแทน(%)
22-28 ก.ย. 63       ไทยพาณิชย์คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 1YF               SCBCR1YF           กองทุนผสม      1 ปี            500,000         -      ไทยพาณิชย์
                    ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
22-28 ก.ย. 63       ยูไนเต็ด ฟิกซ์ อินคัม ฟันด์ ออฟ ฟันด์             UFFF               ตราสารหนี้      ไม่กำหนด        ไม่กำหนด         -      ยูโอบี (ประเทศไทย)
21-25 ก.ย. 63       กรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ เอ็นแฮนซท์83      KTFFE83            ตราสารหนี้      6 เดือน         500,000       0.90%    กรุงไทย
                    ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
21-25 ก.ย. 63       วี ออนไลน์ ช้อปปิ้ง แอนด์ เพย์เม้นท์             WE-OSHOP           ตราสารทุน      ไม่กำหนด          5,000         -       วี
16-22 ก.ย. 63       กรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y6              KTGF1Y6            ตราสารหนี้      1 ปี              1,000         -       กรุงไทย
16-22 ก.ย. 63       ธนชาต อีสท์สปริง GIS Global Bond Fund      T-ES-GF            ตราสารหนี้      ไม่กำหนด              1         -       ธนชาต
15-21 ก.ย. 63       กรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ 6M44 -           KFFAI6M44          ตราสารหนี้      6 เดือน         510,000       0.90%     กรุงศรี
                    ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (AI)
15-21 ก.ย. 63       เค ตราสารหนี้ต่างประเทศ6MAE                KFF6MAE-AI         ตราสารหนี้      6 เดือน       1,000,000       0.90%     กสิกรไทย
                    ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
15-21 ก.ย. 63       ไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ต่างประเทศ เอเอส 6MF8    SCBASF6MF8         ตราสารหนี้      6 เดือน         500,000       0.90%     ไทยพาณิชย์
                    ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
14-22 ก.ย. 63       แอล เอช โกลบอล อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ        LHGEQRMF           RMF           ไม่กำหนด          2,000         -       แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 21, 2020 at 09:10AM
https://ift.tt/3iQS2q3

IPO Fund: ข้อมูลกองทุนเปิดที่กำลังเสนอขาย - อาร์วายที9
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร 18 ก.ย. - อาร์วายที9

creedberita.blogspot.com

ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร (แบบ 59)

ชื่อบริษัท    ชื่อผู้บริหาร                          ความสัมพันธ์*                    ประเภท  วันที่ได้มา/          จำนวน     ราคา  วิธีการได้มา/
                                                                         หลักทรัพย์  จำหน่าย                            จำหน่าย
CGH       นาย พิสุทธิ์ วิริยะเมตตากุล               ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  17/09/2563      656,000     0.67  ซื้อ
CCET      นาย ซื่อ หยง เสิ่น                    บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ            หุ้นสามัญ  17/09/2563        5,571     9.16  ขาย
                                            (ซิน หยี ซุย)
CCET      นาย ซื่อ หยง เสิ่น                     ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563    1,000,000     1.99  ซื้อ
CCET      นาย เว่ย จ้าว หวัง                    ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563      300,000     1.98  ซื้อ
SELIC     นาย พรพัฒน์ กิจเจริญ                   ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  16/09/2563       15,000     2.18  ขาย
DCC       นาย ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล              ผู้รายงาน                     วอร์แรนท์  18/09/2563      500,000     1.00  ซื้อ
ECL       นาย ประภากร วีระพงษ์                 ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  17/09/2563    1,400,000     0.85  ขาย
TNITY     นาย ภควัต โกวิทวัฒนพงศ์                ผู้รายงาน                     วอร์แรนท์  18/09/2563      516,700     0.10  ขาย
TASCO     นาย ไล้ ฮวด โก็                     ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  16/09/2563      200,000    16.10  ซื้อ
TISCO     นาย สุทัศน์ เรืองมานะมงคล              ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  17/09/2563      400,000    63.37  ซื้อ
TNR       นางสาว ศิรินันท์ ดารารัตนโรจน์           ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  14/09/2563        9,600     9.90  ซื้อ
TNR       นางสาว ศิรินันท์ ดารารัตนโรจน์           ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  15/09/2563       10,000     9.70  ซื้อ
PSH       นาย อุดมศักดิ์ แย้มนุ่น                   ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563        5,000    11.30  ซื้อ
MSC       นาย ธวิช จารุวจนะ                    ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563   14,000,000     5.50  ขาย
MINT      นาย นิติ โอสถานุเคราะห์               นิติบุคคลซึ่งผู้จัดทำรายงาน คู่สมรส     หุ้นสามัญ  15/09/2563    3,150,000    23.00  ขาย
                                            หรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และ
                                            บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถือหุ้นรวมกัน
                                            เกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออก
                                            เสียงทั้งหมด และมีสัดส่วนการถือหุ้นมากที่สุด
                                            (บางกอกรินเวสท์)
MINT      นาย นิติ โอสถานุเคราะห์                ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  15/09/2563    3,150,000    23.00  ซื้อ
UTP       นาย มงคล มังกรกนก                   ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  17/09/2563       30,000    13.70  ซื้อ
RPH       นาย ศรีชัย ครุสันธิ์                     ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  17/09/2563       98,300     5.25  ซื้อ
RPH       ศาตราจารย์ วัลลภ เหล่าไพบูลย์           ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563       80,000     5.40  ขาย
IMH       นาย สิทธิวัตน์ กำกัดวงษ์                 ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  17/09/2563      120,000     2.19  ซื้อ
SORKON    นาย จรัญพจน์ รุจิราโสภณ                ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563      650,000     4.70  ซื้อ
ILM       นางสาว กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ           ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  17/09/2563       45,000    12.06  ซื้อ
EP        นาย ยุทธ ชินสุภัคกุล                    ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  16/09/2563      150,000     3.68  ซื้อ
EP        นาย ยุทธ ชินสุภัคกุล                    ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  17/09/2563       50,000     3.70  ซื้อ
EMC       นาย ชนะชัย ลีนะบรรจง                 ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563    5,000,000     0.17  ซื้อ
ASIAN     นาง สุรีย์ จันทร์สวัสดิ์                   ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  16/09/2563       10,000    11.70  ขาย
ALT       นาง ปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์               ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  18/09/2563      470,000     2.97  ซื้อ
OSP       นาย นิติ โอสถานุเคราะห์                ผู้รายงาน                      หุ้นสามัญ  15/09/2563    2,200,000    36.81  ซื้อ
OSP       นาย สุรินทร์ โอสถานุเคราะห์            คู่สมรส/ผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา    หุ้นสามัญ  14/09/2563    2,900,000    37.45  ซื้อ
                                            (นาง สมพร โอสถานุเคราะห์)
*กรณีที่บริษัทมีผู้บริหารเป็นคู่สมรสกัน ถ้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์ คู่สมรสทั้ง 2 คน จะมีหน้าที่ต้องรายงาน ซึ่งจะทำให้เกิดการแสดงรายการซ้ำซ้อนกัน
เช่น นาย A และนาง B เป็นคู่สมรสกันและเป็นผู้บริหารของ บมจ.AB ทั้งคู่ ถ้านาย A ซื้อหุ้น AB 1 รายการ การแสดง
ข้อมูลจะเป็น 2 รายการดังนี้ รายการที่ 1 นาย A ผู้จัดทำ ซื้อหุ้น รายการที่ 2 นาง B คู่สมรส ซื้อหุ้น จึงขอให้ใช้ข้อมูล
ด้วยความระมัดระวัง

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 18, 2020 at 02:00PM
https://ift.tt/2ZXJzKy

ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร 18 ก.ย. - อาร์วายที9
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Friday, September 18, 2020

อัพเดตข้อมูลม็อบก่อนชุมนุมใหญ่บ่าย2วันนี้ - โพสต์ทูเดย์

creedberita.blogspot.com

อัพเดตข้อมูลม็อบก่อนชุมนุมใหญ่บ่าย2วันนี้

วันที่ 19 ก.ย. 2563 เวลา 07:29 น.

เผยข้อมูลผู้ชุมนุม ก่อนนัดชุมนุมใหญ่ 14.00 น. วันนี้ ที่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

สรุปข้อมูลการชุมนุมของม็อบ และ ไทม์ไลน์ม็อบ 19-20ก.ย.

-ชื่อม็อบครั้งนี้ คือ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

- ยุทธศาสตร์การชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร

-สำหรับข้อเรียกร้องของการชุมนุมล่าสุดที่กลุ่ม "ประชาชนปลดแอก" ประกาศไว้ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มี 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน และ 1 ความฝันโดย 3 ข้อเรียกร้อง ต่อรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ประกอบด้วย 1.หยุดคุกคามประชาชน 2 .ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ3.ยุบสภา จุดยืน 2 ข้อ ไม่เอารัฐประหาร และไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และ "1 ความฝัน" คือการมี "ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ"

-19 ก.ย. นัดรวมพลตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และจะมีการปักหลักค้างคืน

-20ก.ย.จะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล

-แกนนำปราศรัย 18คน ประกอบด้วย 1. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม 2. ทนายอานนท์ นำภา 3. นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย 4. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน 5. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

6.สิรวิชญ์ หรือ จ่านิว เสรีธิวัฒน์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ,7.หมู่อาร์ม สิบเอกณรงค์ชัย อินทรกวิ , 8.มิน ซูฮัยมี สมาชิกสนท. ภาคใต้ , 9. หลิน ปิยมิตร กล้าณรงค์รัฐศาสตร์ จุฬา องค์กรปลดเผด็จการเพื่อเสรีภาพ, 10.ฮ่องเต้ ธนาธร จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ,

11.มิน ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ นักเรียนเลว , 12.แชมป์ ฉัตรชัย พุ่มพวง คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร , 13.วาดดาว สุมาพร แต่งเกลี้ยง รองหัวหน้าพรรคสามัญชน ,14.ประสิทธิชัย หนูนวล เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินและถิ่นเกิด ,15.นายธนชัย เอื้อฤาชา กลุ่มลูกพ่อขุนฯ โค่นล้มเผด็จการ,16. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย,17. น.ส.ธนพร วิจันทร์ จากเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชา,18. นายปฏิภาณ ลือชา หรือ หมอลำแบงค์

-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เวลา 20.00 น.วันที่18 ก.ย. เจ้าหน้าที่ดำเนินการปิดประตูมหาวิทยาลัย และมีการคล้องแม่กุญแจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้มีการคล้องโซ่ -น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำ ให้สัมภาษณ์ถึงกำหนดการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 ก.ย. ว่า ทีมจัดงานจะเดินทางมาที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อนในเวลา 13.00 น. เพื่อรวบรวมมวลชนก่อน และหากพร้อมก็จะเข้าไปขอใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทันทีโดยอาจไม่ต้องรอให้ถึงเวลานัดหมาย จากนั้นจะเริ่มตั้งเวทีแบบรถกระจายเสียงเคลื่อนที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกโดม หันหน้าไปทางหอประชุมใหญ่ แล้วจะเริ่มเปิดปราศรัย

ทั้งนี้ หากถึงจุดหนึ่งที่ผู้ชุมนุมล้นออกไปถนนด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะใช้รถกระจายเสียงนำมวลชนเคลื่อนออกมาใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงแทน ขณะที่ไฮไลต์จะอยู่ที่เวลา 21.00 น. เป็นต้นไปจนถึง 02.00 น. ของวันที่ 20 ก.ย. เน้นย้ำข้อเรียกร้อง 10 ข้อในการปฏิรูปสถาบัน หลังจากนั้นปรับเป็นการฉายหนัง เปิดเพลง และค้างแรมในสนามหลวง และถ้าแกนนำแถวแรกโดนจับก็จะมีแกนนำแถว 2 ขึ้นมาดำเนินการต่อ ขณะที่ช่วงเช้ามีการระบุว่ามีการเปลี่ยนแผน จะไม่ไปทำเนียบรัฐบาล และจะประกาศสถานที่อีกครั้งในวันเคลื่อนขบวน

-พื้นที่ที่รัฐบาลเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

- ทำเนียบรัฐบาลมีการนำรถไฟฟ้าส่องสว่างและรถดับเพลิงของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานครอย่างละ 2 คน เข้ามาเตรียมความพร้อมในพื้นทำเนียบฯ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทำเนียบฯได้เก็บป้ายบอกตำแหน่งจุดจอดรถของรองนายกรัฐมนตรีและคนสำคัญในทำเนียบฯ ที่บริเวณลานจอดรถข้างตึกบัญชาการ 2 นอกจากนี้ได้มีการติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมบริเวณด้านนอกทำเนียบฯฝั่งสะพานอรทัย

ในส่วนการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ภายในทำเนียบฯ 2 กองร้อย และตำรวจนครบาลบริเวณโดยรอบ 3 กองร้อย

-กองทัพบก ทาง พล.อ.อภิรัชต์? คงสมพงษ์? ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนตั้งรับ?ป้องกันสถานที่ราชการ? โดยเฉพาะพื้นที่ภายในกองทัพบก ซึ่งเป็นสถานที่ล่อแหลมต่อการบุกรุก พร้อมนำรถประชาสัมพันธ์?ปฏิบัติการด้านจิตวิทยามวลชน? ติดโทรโข่ง? รวมถึงรถบรรทุกฉีดน้ำ? และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารส่วนหนึ่ง?ในการปฏิบัติการจิตวิทยา?เหมือนในอดีต ซึ่งเคยมีกลุ่มผู้ชุมนุม? กปปส. ได้พังประตูบุกเข้ากองทัพบกมาแล้ว?

ขณะที่ บริเวณประตูด้านหน้าและด้านหลังกองทัพบก? ได้ติดตั้งเครื่องกีดขวาง?แบร์ริเออร์?ไฮโดรลิค ป้องกันรถบุกเข้ามา พร้อมติดตั้งลวดหนามหีบเพลง รอบพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่? 18? ก.ย. เป็นต้นไป

- พื้นที่ใกล้เคียงลานพระบรมรูปทรงม้า เขตพระราชฐาน ซึ่งตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ที่ห้ามชุมนุมใกล้ทำเนียบรัฐบาล 50 เมตร และใกล้เขตพระราชฐาน 150 เมตรโดยเบื้องต้น ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ลานพระบรมรูปฯ เตรียมแท่งแบริเออร์ ที่เป็นทั้งแท่งปูนซีเมนต์ ขนาดความสูง 2 เมตร และพลาสติก เตรียมปิดกั้นพื้นที่รอบลานพระรูปทรงม้า

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 19, 2020 at 07:38AM
https://ift.tt/2H6mej0

อัพเดตข้อมูลม็อบก่อนชุมนุมใหญ่บ่าย2วันนี้ - โพสต์ทูเดย์
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน : แค่ 'ยินยอม' อาจจะไม่เพียงพอ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

creedberita.blogspot.com

Cap & Corp Forum

ผู้ประกอบการ นายจ้าง หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่จำต้องมีการเตรียมตัวศึกษาและทำความเข้าใจต่อการเก็บรวมรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลในบริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน ตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นกฎหมายให้กระทำได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ในขณะที่ปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ เอื้อต่อผู้ประกอบการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างได้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเอกสาร ข้อมูลการสื่อสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ กล้องวงจรปิด ข้อมูลลักษณะของบุคคลล้วนอยู่ภายใต้ความหมายของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ดังนั้นจึงมีคำถามที่ตามมาว่าแล้วขอบเขตการเก็บรวมรวบ ใช้ และเปิดเผย (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างนั้น นายจ้างสามารถทำได้แค่ไหนและอยู่บนฐานความชอบด้วยกฎหมายใด

เนื่องจากบทบัญญัติมาตรา 19 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ​ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า “ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงถึงอย่างที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม” (freely given consent) จากบทบัญญัติข้างต้นจึงมีประเด็นที่น่าสนใจว่าการขอความยินยอม (consent) เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างโดยนายจ้างนั้นจะสามารถทำบนฐานความยินยอม (consent ground) ได้หรือไม่ เนื่องจากนายจ้างและลูกจ้างนั้นมีอำนาจการต่อรองที่ต่างกัน (different position of power) ดังนั้นการให้ความยินยอมของลูกจ้างหรือผู้สมัครงานต่อนายจ้างโดยธรรมชาติมักเป็นการให้ความยินยอมโดยปราศจากความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูล เนื่องจากความกังวลต่อผลเสียที่อาจจะตามมา เช่น ผลต่อการรับเข้าทำงาน ขึ้นเงินเดือนหรือตำแหน่ง เป็นต้น

ด้วยเหตุผลความต่างในอำนาจต่อรองนี้เอง (imbalance of power between data subject & data controller) ในทางปฏิบัติผู้ประกอบการหรือนายจ้างจึงควรจะหลีกเลี่ยงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างโดยอาศัยฐานความยินยอมเท่านั้นเนื่องจากอาจทำให้ให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการขอความยินยอมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในมาตรา 19  วรรค 1 และอาจมีผลให้การขอความยินยอมดังกล่าวของนายจ้างไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ลูกจ้าง) และทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (นายจ้าง) ไม่สามารถทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อพิจารณาตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ฐานความชอบด้วยกฎหมาย (lawful basis for processing of personal data) สำหรับกรณีของนายจ้างอาจจะมีได้อย่างน้อย 4 กรณี กล่าวคือ

  1. ฐานสัญญา (contract) ตามมาตรา 24(3)
  2. ฐานความยินยอม (consent) ตามมาตรา 19
  3. ฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง (legitimate interest) ตามมาตรา 24(5)
  4. ฐานหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ๆ (other legal obligations) ตามมาตรา 24(4) และ 24(6)

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานความยินยอมเท่านั้น ผู้ประกอบการหรือนายจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลควรเลือกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบนฐานความชอบด้วยกฎหมายในฐานอื่นข้างต้นประกอบด้วย แต่หลักการสำคัญที่ผู้ประกอบการ/นายจ้างพึงต้องตระหนักเสมอ คือ แม้ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ผู้ควบคุมข้อมูลประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก็ตาม (มาตรา 24(5)) กรณีดังกล่าวต้องเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้นและเว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าว “มีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล”

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอ้างฐานความชอบด้วยกฎหมายนายจ้างจึงต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วน (proportionate principle) ระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของตนและสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างซึ่งสิทธิในที่นี้น่าจะหมายถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและความเป็นอิสระของบุคคลเป็นสำคัญ ​และในทางปฏิบัติ การกล่าวอ้างเพียงเพื่อประโยชน์ในการแข่งขันหรือประโยชน์ทางธุรกิจของนายจ้างเท่านั้นอาจจะไม่เพียงพอต่อการอ้างเพื่อการประมวลผลข้อมูลตามมาตรา 24(5)

ดังนั้นการประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ที่กระทำโดยนายจ้างจึงต้องกระทำบนฐานความชอบด้วยกฎหมาย (lawfulness) โดยเป็นธรรม (fairness) และโปร่งใส (transparency) ในการใช้เทคโนโลยีในการประมวลผลข้อมูลและการวางมาตรการเกี่ยวกับการกำกับดูแลลูกจ้างหรือกิจการใด ๆ ที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างต้องทำโดยมีวัตถุประสงค์ที่เหมาะสม ชัดเจนและได้สัดส่วนต่อความเสี่ยงหรือความต้องการของกิจการนั้น ๆ ทั้งนี้การใช้ประมวลผลข้อมูลโดยอาศัยฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายนี้เจ้าของข้อมูลฯ (ลูกจ้าง) มีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยหรือขอให้ผู้ควบคุมข้อมูล​ส่วนบุคคล (นายจ้าง) ทำการลบข้อมูลฯ ของตนได้ (มาตรา 32 และ 33)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ในบริบทของการจ้างงานนั้นถือเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อนอย่างมาก โดย European Data Protection Board (EDPB) ซึ่งทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาของหน่วยงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกได้แบ่งประเด็นและขั้นตอนต่าง ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่กระทำโดยนายจ้างไว้ถึง 9 กรณีดังต่อไปนี้

  1. การประมวลผลข้อมูลระหว่างการสรรหาพนักงาน
  2. การประมวลผลข้อมูลบนโซเชียลมีเดียของผู้สมัครงาน
  3. การประมวลผลข้อมูลการใช้งานในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของพนักงานในที่ทำงาน
  4. การประมวลผลข้อมูลการใช้งานบนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของพนักงานนอกสถานที่ทำงาน
  5. การประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาและการเข้างาน
  6. การประมวลผลภาพจากกล้องวงจรปิด
  7. การประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยานพาหนะของพนักงาน
  8. การเปิดเผยข้อมูลของพนักงานต่อบุคคลที่สาม
  9. การส่งหรือโอนข้อมูลฯ ของพนักงานไปยังต่างประเทศ

จากความละเอียดและซับซ้อนในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในบริบทของการจ้างงานข้างต้น บทความนี้จึงเป็นเพียงหลักการเบื้องต้นที่ผู้ประกอบการในฐานะนายจ้างและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลควรมีความเข้าใจในเบื้องต้นว่าเพียงการดำเนินการเก็บความยินยอมของลูกจ้างเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างอันเกี่ยวเนื่องกับการจ้างงานนั้นอาจไม่เพียงพอและคุ้มครองความรับผิดต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับนายจ้างอันเนื่องมากจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายได้

ประการสำคัญคือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องเข้าใจ “หลักความได้สัดส่วน” ในบริบทของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และสามารถ (1) การชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์สาธารณะอื่น ๆ (ถ้ามี) (2) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง และ (3) การคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างที่มีความหมายกว้างกว่าการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น

ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประเมินลักษณะการประมวลผลข้อมูลในกรณีต่าง ๆ อย่างละเอียดและเลือกใช้เทคโนโลยีในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วนและมีการจัดทำ Data Protection Impact Assessment เพื่อประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคลด้วย

ในตอนต่อ ๆ ไปผู้เขียนจะมาเล่าถึงหลักการประเมินความได้สัดส่วนและแนวทางในการปฏิบัติใน 9 ประเด็นข้างต้น

ศุภวัชร์ มาลานนท์

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Max Planck Institute Luxembourg

ชิโนภาส อุดมผล

Optimum Solution Defined (OSDCo., Ltd.)

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 19, 2020 at 08:18AM
https://ift.tt/3kp7IkO

ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน : แค่ 'ยินยอม' อาจจะไม่เพียงพอ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Thursday, September 17, 2020

ดาวโจนส์ปิดลบ 130.40 จุดจากแรงขายหุ้นเทคโนฯ-ข้อมูลศก.ซบเซา - โพสต์ทูเดย์

creedberita.blogspot.com

ดาวโจนส์ปิดลบ 130.40 จุดจากแรงขายหุ้นเทคโนฯ-ข้อมูลศก.ซบเซา

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 07:06 น.

ดาวโจนส์ปิด-130.40ที่27,901.98จุด น้ำมัน+81เซนต์=40.97$ ทองคำ-19.20$=1,951.3$

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,901.98 จุด ลดลง 130.40 จุด หรือ -0.47% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,910.28 จุด ลดลง 140.19 จุด หรือ -1.27% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,357.01 จุด ลดลง 28.48 จุด หรือ -0.84%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) รับปัจจัยลบจากคำสั่งขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงิน รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ

นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดัน หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 2% ปิดที่ราคา 40.97 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 2.3% ปิดที่ราคา 43.21 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 19.20 ดอลลาร์ หรือ 0.97% สู่ระดับ 1,951.30 ดอลลาร์/ออนซ์

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 18, 2020 at 07:09AM
https://ift.tt/3muiRCN

ดาวโจนส์ปิดลบ 130.40 จุดจากแรงขายหุ้นเทคโนฯ-ข้อมูลศก.ซบเซา - โพสต์ทูเดย์
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Wednesday, September 16, 2020

พม.-ดศ. ร่วมกันบูรณาการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ - ไทยรัฐ

creedberita.blogspot.com

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัด พม. และ น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ระหว่าง พม.และ ดศ. โดยนายปรเมธี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการให้ทุกภาคส่วนใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ในการดำเนินงานทั้งการวิเคราะห์ ประมวลผล กำหนดทิศทางนโยบายการดำเนินงาน และนำไปใช้ประโยชน์ต่อการให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ พม.จึงบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ ภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อนำไปสู่การบูรณาการข้อมูล และพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เกิดความเข้าใจในการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ

นายปรเมธีกล่าวด้วยว่า พม.ต้องบริหารจัดการข้อมูลกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก อาทิ เรื่องสิทธิประมาณ 14 ล้านสิทธิที่ครอบคลุมเรื่องเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ รวมถึงดูแลสวัสดิการสงเคราะห์ทั้งครอบครัว กลุ่มสตรี กลุ่มผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสต่างๆ ที่ผ่านมา พม.ได้พัฒนาจัดทำข้อมูลแต่ละกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว แต่ความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลฯ ครั้งนี้เป็นอีกความก้าวหน้าในการพัฒนาข้อมูลให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กะทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ ที่จะเกิดประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางนโยบาย การให้บริการกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การพัฒนาข้อมูลทุกอย่างให้อยู่ในดิจิทัลขนาดใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ คงต้องใช้เวลา แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือที่ดีกับกระทรวงดิจิทัลฯ

ด้าน น.ส.อัจฉรินทร์กล่าวว่า พม.มีความสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม และการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ขณะที่กระทรวงดิจิทัลฯเป็นหน่วยงานหลักในการให้ข้อมูล สถิติต่างๆ และมีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิในการจัดทำระบบข้อมูล ดังนั้น การบูรณาการข้อมูลและร่วมทีมทำงานจะเกิดประโยชน์ต่อการทำงานให้บรรลุเป้าหมายมากยิ่งขึ้น.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 17, 2020 at 09:07AM
https://ift.tt/3c8wzX3

พม.-ดศ. ร่วมกันบูรณาการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ - ไทยรัฐ
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR

Tuesday, September 15, 2020

สรุปข้อมูล Apple Watch SE น้องใหม่ตัวแรง ในราคาเบาๆ เริ่มต้น 9,400 บาท - SP : SPECPHONE

creedberita.blogspot.com

อีกหนึ่งรุ่น ที่มีการเปิดตัวออกมาพร้อมกับ Series 6 ก็คือ Apple Watch SE ที่มีสเปคแรง และราคาไม่ได้สูงมากนัก เหมาะสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน คุ้มค่ากับราคาแน่นอน

Apple Watch SE cover

หลังจากที่มีการเปิดตัวของ Apple Watch ทั้ง 2 รุ่น อย่าง Apple Watch Series 6 และ Apple Watch SE ไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ในรุ่นเล็กอย่าง Watch SE นี้ ก็ได้ทำการตลาดออกมาเพื่อให้เข้าถึงง่าย ในสเปคตัวเครื่องที่ได้ ชิปเซตแรง แต่มีราคาที่จับต้องได้ เหมาะสำหรับคนที่อยากลองเปลี่ยนมาเล่นทางฝั่ง Apple บ้าง หรือถ้าซื้อให้เด็กใช้งานไปโรงเรียนก็คุ้มอยู่เหมือนกัน จะบอกว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นอัพเกรดจาก Series 4 ให้น่าสนใจมากขึ้นก็ว่าได้ เรามาดูสเปคและฟีเจอร์ ที่น่าสนใจของรุ่นนี้กันเลยดีกว่า


สรุป ข้อมูลสำคัญ Apple Watch SE

Apple Watch SE

เนื่องจากเป็นรุ่นที่คล้ายการอัพเกรดมาจาก Series 4 ข้อมูลที่เปิดตัวออกมาจึง ไม่ได้มีเท่าตัว Series 6 แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในรุ่นนี้ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจ และน่าใช้งานอยู่ไม่น้อยเลย เราได้สรุปข้อมูลสำคัญเอาไว้แล้ว ดังนี้

  • หน้าจอ Retina แบบเดียวกับ Series 4 เลย แต่ใหญ่กว่า Series 3 ถึง 30% (เท่ากับ Series 6)
  • ขนาดตัวเรือน 40 มม. และ 44 มม.
  • มีให้เลือก 2 รุ่น คือ GPS และ GPS+Cellular
  • มี Cellular รองรับ Family Setup เหมือน Series 6
  • มีฟีเจอร์ตรวจจับการล้ม และส่งสัญญาณ SOS ได้ทันที
  • ตัวเรือน ที่ทำจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100%
  • สาย Solo Loop เหมือนกับ Series 6
  • ชิปเซต S5 (SiP) และโปรเซสเซอร์ Dual-Core เร็วกว่า Series 3 สองเท่า
  • มีเครื่องวัดระดับความสูงได้ตลอดเวลา และเข็มทิศ
  • ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ (ไม่รองรับ ECG)
  • Watch Face ใหม่ เหมือนกับ Series 6
  • มีลำโพงและไมโครโฟนรุ่นล่าสุด Siri, Walkie-Talkie และ Bluetooth 5.0

1. สเปค

Apple Watch SE spec

ดีไซน์ภายนอกของรุ่นนี้ จะคล้ายกับรุ่น Series 6 อยู่บ้าง แต่หน้าจอที่ได้มานั้น เป็น Retina แบบเดียวกับรุ่น Series 4 แต่ขนาดความใหญ่ของหน้าจอเท่ากับ Series 6 เลย มี Digital Crown ที่สามารถใช้งานได้อย่างปกติ และขนาดก็มีมาให้เลือกเท่ากับรุ่นใหญ่ 2 ขนาด คือ 40 มม. และ 44มม. ส่วนรุ่นก็มีมาให้เลือก 2 รุ่นเช่นกัน ทั้ง GPS และ GPS+Cellular แต่วัสดุของรุ่นนี้จะมีเพียงแค่ อะลูมิเนียม แบบเดียวเท่านั้น

Apple Watch SE aluminum

ถึงแม้ว่าตัวเรือนจะเป็นอะลูมิเนียม แต่ก็ได้อะลูมิเนียมแบบใหม่ ที่เป็นตัวรีไซเคิล 100% เช่นเดียวกับตัว Series 6 เลย ยังคงมีความเบา และความแข็งแรงอยู่พอสมควร แต่ไม่เหมาะกับการใช้ออกกำลังอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้ตัวเรือนบุบได้

Apple Watch SE chipset

ในส่วนของชิปเซตรุ่นนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะได้ชิปเป็น S5 (SiP) และเป็นโปรเซสเซอร์ Dual-core ที่ให้ความเร็วแรงมากกว่ารุ่น Series 3 ถึง 2 เท่าเลย มีลำโพงและไมโครโฟนรุ่นล่าสุด และยังรองรับการใช้งาน Siri, Walkie-Talkie และการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 เทียบเท่ากับของรุ่นใหญ่ๆ ได้เลย ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ ยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมา


2. สี และสาย

Apple Watch SE colors

ในส่วนของสีตัวเครื่องนั้น รุ่นนี้ไม่ได้ทำสีใหม่ออกมา แต่จะมีให้เลือกอยู่ 3 สี คือ สีทอง, สีเงิน และสีเทาสเปซเกรย์ ส่วนสายนั้นก็รองรับกับสายใหม่ ที่เป็น Solo Loop และ Braided Solo Loop สามารถใส่ได้ง่ายแบบ Slip on สวมใส่ได้ทันที มีความยืดหยุ่น เบามากที่สุดจากสายแบบเก่า ไม่มีตัวล็อคออก และไม่มีเข็มแบบปรับขนาด มีสีสันให้เลือกอีกมากมาย ส่วนวัสดุเป็นซิลิโคนแบบนิ่ม และแบบสายถักที่เป็นวัสดุเป็นเส้นด้ายรีไซเคิลถักเข้ากับด้ายซิลิโคน และยังใส่กับสายของ Apple Watch ได้ทุกรุ่น


3. ฟีเจอร์การวัดระดับการเต้น ของหัวใจ

Apple Watch SE sos

สำหรับรุ่นนี้ยังคงวัดระดับการเต้น ของหัวใจได้เป็นปกติ เพียงแต่ไม่ได้เป็นระบบไฟฟ้า ECG เหมือนรุ่นที่ราคาสูงกว่านี้ โดยเมื่อมีระดับการเต้นที่ผิดปกติไป ก็จะมีการเตือน และสามารถกดฉุกเฉิน เพื่อขอความช่วยเหลือได้ในทันที อีกทั้งยังมีระบบที่ตรวจจับการล้มได้ในทันทีอีกด้วย


4. การวัดระดับความสูง (Always-On Altimeter)

Apple Watch SE Always-On Altimeter

ฟีเจอร์เดียวกับรุ่น Series 6 ที่มีเครื่องวัดความสูงมาในตัวด้วย โดยจะเปิดการทำงานอยู่ตลอดเวลา สามารถดูได้อย่างเรียลไทม์ ตลอดทั้งวันโดยใช้เครื่องวัดความสูงแบบ barometric ที่ช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วย


5. Watch Face แบบใหม่

Apple Watch SE watch face

Watch Face แบบใหม่ที่มีมาให้เลือกอย่างจุใจ กับหน้าที่สามารถเปลี่ยนไปได้ถึง 7 แบบด้วยกัน (Series 6 ก็ทำได้) โดยหน้าจอของตัว Watch Series นี้จะมี Watch Face ใหม่ อย่างเช่น Stripes, Chronograph Pro, GMT, Artist และ Memoji Face ที่ให้เราใส่หน้าตัวเองที่เป็น Memoji เคลื่อนไหวได้ ยิ่งเหมาะกับผู้ใช้งานที่เป็นเด็กได้ดีทีเดียว


6. Family Setup

Apple Watch SE Family Setup

การสื่อสารในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ การใช้ฟีเจอร์ Family Setup จึงเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยตรงนี้ และรุ่นี้ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน ที่ถึงแม้จะไม่มี iPhone ก็สามารถเชื่อต่อถึงกันได้ ทั้งข้อความ และการติดต่อกันผ่านทาง Apple Watch ที่สำคัญคือ เมื่อเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น ก็จะบอกให้คนในครอบครัวรับรู้ เป็นสัญญาณฉุกเฉิน SOS ได้เลย นอกจากนี้ยังมีโหมดใหม่ คือ Schooltime ที่ช่วยจัดการตารางเรียน หรือตารางการทำการบ้านที่บ้านได้อีกด้วย


7. ราคา

Apple Watch SE price

ราคาที่จะวางจำหน่ายในไทย เร็วๆนี้ ได้แก่

  • Apple Watch SE (GPS) เริ่มต้นที่ 9,400 บาท
  •  Apple Watch SE (GPS + Cellular) เริ่มต้นที่ 10,900 บาท

ทั้งหมดนี้ก็คือสเปค และข้อมูลต่างๆ ที่ทาง Apple ได้ทำการเปิดตัวไปพร้อมๆกับ Series 6 เลย ซึ่งดูเหมือนว่ารุ่นนี้ จะทำมาเพื่อเจาะตลาดคนที่ต้องการลองเปลี่ยนค่าย หรือเจาะลงไปในกลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นเด็ก รวมไปถึงผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องดูแลกันอยู่เสมอ เมื่อใช้ร่วมกับ Family Setup ด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นไปอีก แล้วถ้ามีเรื่องราวอะไรมาอัพเดททาง specphone ก็จะมาอัพเดทกันอีกทีนะครับ ทั้งราคาและวันวางจำหน่าย

Let's block ads! (Why?)



"ข้อมูล" - Google News
September 16, 2020 at 06:00AM
https://ift.tt/32xwYPK

สรุปข้อมูล Apple Watch SE น้องใหม่ตัวแรง ในราคาเบาๆ เริ่มต้น 9,400 บาท - SP : SPECPHONE
"ข้อมูล" - Google News
https://ift.tt/2XOQ0gR